อุบะสุเทะ

โสภณ จาเลิศ

อุบะสุเทะ ภูเขาที่พ่อแม่ถูกทิ้ง

ภาพจาก : https://cheewajit.com/healthy-mind/182223.html

 

        ในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603 – 1867) ประเทศญี่ปุ่นมีการปกครองด้วยระบบขุนนาง มีเจ้าเมืองและซามูไรที่มีอำนาจลดหลั่นกันไป ประชาชนทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าเมืองแบบไม่มีเงื่อนไข

        ช่วงที่ญี่ปุ่นถูกภัยแล้งคุกคามนานหลายปี เจ้าเมืองได้ออกกฎหมายขึ้นมาข้อหนึ่งว่า หากครอบครัวไหนมีพ่อแม่ที่อายุเกิน 70 ปี ลูกต้องนำพ่อแม่ไปทิ้งบนภูเขา มิฉะนั้นจะถูกประหาร เพราะถือว่าคนที่สูงวัยถึงเพียงนั้นเป็นคนที่ไร้ประโยชน์ ยิ่งอยู่นานยิ่งเป็นภาระ ในทางตรงข้าม การตายเพื่อให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้อยู่ต่อกลับเป็นการตายที่มีเกียรติสูงยิ่ง

        ภูเขาสูงหลายแห่งจึงกลายเป็นหลุมฝังศพของคนแก่ ขึ้นไปสอง…ลงมาหนึ่ง…ขึ้นไปสอง…ลงมาหนึ่ง…ต่อเนื่องกันเช่นนี้เรื่อยมา ชาวญี่ปุ่นเรียกภูเขาเหล่านี้ว่า อุบะสุเทะ (อุบะ แปลว่า คนแก่ สุเทะ แปลว่า ทิ้ง)

        และแล้วก็ถึงวันที่แม่ของ “เขา” อายุครบ 70 ปี เช้าวันนั้นเขาจัดเตรียมข้าวปั้นเป็นเสบียง เตรียมตะกร้าสานสำหรับใส่ตัวแม่ เมื่อทุกอย่างพร้อมก็อุ้มแม่วางลงในตะกร้า แบกขึ้นหลัง แล้วออกเดินทางขึ้นไปยังภูเขา

        ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจดจ่อกับการปีนเขาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แม่ผู้ชราก็สังเกตเห็นว่าท้องฟ้ากำลังมืดลงทุกที ๆ นางเกิดความกลัว
ขึ้นมาว่า ถ้าฟ้ามืดลูกชายอาจจะเดินหลงทางอยู่บนภูเขาได้ นางจึงเอื้อมมือไปหักกิ่งไม้ข้างทางกิ่งแล้วกิ่งเล่า เพื่อที่ว่าหลังจากทิ้งนาง
ไว้บนภูเขาแล้ว…ลูกชายจะสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

        เมื่อถึงเวลาที่แม่ลูกต้องจากกัน นางได้บอกลูกชายว่า “ลูกแม่ตอนที่เราขึ้นมาบนเขา แม่ได้หักกิ่งไม้ไว้ตลอดทาง ตอนลงจากเขา
เจ้าจงสังเกตรอยไม้ที่แม่หักไว้ ก็จะถึงบ้านโดยปลอดภัย”

        เมื่อลูกชายได้ยินดังนั้น ทันใดสายตาก็มองเห็นมือที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนของแม่ เขาอดหลั่งน้ำตาออกมามิได้ และตัดสินใจ
ว่าจะไม่ยอมทิ้งแม่ไว้บนภูเขาเด็ดขาด เขาอุ้มแม่วางลงในตะกร้า แบกขึ้นหลังพาลงจากภูเขา และซ่อนแม่ไว้ในยุ้งฉางเพื่อหลบสายตา
จากคนภายนอก

        ไม่นานหลังจากนั้นเจ้าเมืองก็ประกาศคำปริศนาไว้สองข้อ และบอกว่า หากใครแก้ปริศนาเหล่านี้ได้ก็จะให้คนผู้นั้นได้สมปรารถนา
หนึ่งประการ

        ปริศนาข้อแรกคือ ให้ฟั่นเชือกขึ้นมาจากขี้เถ้า
       และสองคือให้ร้อยเส้นไหมลอดผ่านเปลือกหอยสังข์

        เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ก็ยังไม่มีใครแก้ปริศนาได้ ลูกชายจึงนำเรื่องนี้ไปเล่าให้แม่ฟัง เมื่อเล่าจบแม่ก็ยิ้มแล้วสอนว่า
“ลูกแม่ เจ้าจงทำตามที่แม่จะบอกต่อไปนี้ สำหรับปริศนาข้อแรกให้เจ้าฟั่นเชือกขึ้นมาแล้วนำไปเผาให้ไหม้เป็นเถ้าถ่าน ขี้เถ้า
จะคงรูปเหมือนเชือกอยู่อย่างนั้น  ส่วนปริศนาข้อที่สอง ให้ผูกเส้นไหมกับขามดแล้วจับมดไปใส่ในเปลือกหอย หลังจากนั้นให้โรยน้ำตาล
และจุดเทียนที่อีกด้านหนึ่ง ของเปลือกหอย เมื่อมดได้กลิ่นน้ำตาลและเห็นแสงเทียนก็จะพยายามเดินไปออกอีกด้าน”

        ภายหลังเมื่อเจ้าเมืองรู้ว่าคนที่แก้ปริศนาได้ แท้จริงแล้วคือหญิงชราธรรมดา ๆ คนหนึ่ง จึงเกิดความเลื่อมใสในภูมิปัญญาของคนชรา และตัดสินใจยกเลิกกฎให้ทิ้งพ่อแม่ตั้งแต่นั้น แม่กับลูกชายจึงใช้ชีวิตต่อมาอย่างมีความสุข

        ความรักของพ่อแม่เป็นสิ่งอัศจรรย์…ราวกับไม่มีอยู่จริง เพราะเป็นความรักที่มีแต่คำว่า “ให้” อย่างที่ไม่มีลูกคนไหน “ให้” คืนกลับได้อย่างเท่าเทียม การดูแลพ่อแม่ในยามที่ท่านดูแลตัวเองไม่ได้ถือเป็นการทดแทนบุญคุณของท่านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากใครบอกว่าไม่สามารถดูแลพ่อแม่ได้ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม โปรดจำเรื่องนี้ไว้เป็นคติสอนใจ

        ตำนานอุบะสุเทะเป็นเรื่องที่ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่รู้จักดี แต่คนทั่วไปอาจเคยได้ยินเรื่องนี้จาก Ballad of Narayama ภาพยนตร์ผลงานการกำกับของอิมะมุระ โชเฮ (Imamura Shohei) ที่เล่าเรื่องราวชีวิตปีที่ 69 ย่าง 70 ของ โอริน หญิงชราซึ่งพยายามใช้เวลาปีสุดท้ายก่อนจะถูกนำไปทิ้งบนภูเขานารายามาเพื่อช่วยเหลือลูกชายและหลาน จนแน่ใจว่าพวกเขาจะสามารถเผชิญความทุกข์ยากแร้นแค้นได้หลังจากที่เธอตายไปแล้ว

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลปาล์มทองคำในปี ค.ศ. 1983
(อุบะสุเทะ)

ที่มา นิตยสาร Secret
เรื่อง Violet
ภาพ jpf-film.org.uk
Secret Magazine (Thailand)

Reference :

ชีวจิต. อุบะสุเทะ ภูเขาที่พ่อแม่ถูกทิ้ง [ออนไลน์]. แหลงที่มา: https://cheewajit.com/healthy-mind/182223.html
         [ 5 เมษายน 2569].

    


..